วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการเก็บขยะจากทะเล ในวันนี้เป็นหาดที่ 2 ใน 10 หาดที่กำหนดไว้ก่อนถึง วันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2568 โดยจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้ คณะนักเรียนจากโรงเรียนชุมชนบ้านช่องแสมสาร 50 คน กำลังพลจาก กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 ประมาณ 30 คน และยังมีหน่วยงานจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พร้อมตัวแทนจากบริษัทเอจีซี วีนิไทย จำกัด มหาชน มอบฐานฟื้นฟูปะการัง และโดมปะการัง อีกทั้ง ยังมีกำลังพลจากกองร้อยช่างใต้น้ำ กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ มาดำน้ำเก็บขยะใต้น้ำอีกด้วย ในการนี้ พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดกิจกรรม ณ ชายหาดอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
วันทะเลโลก หรือ วันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) ได้กำหนดขึ้นในคราวการประชุมสุดยอดระดับประเทศผู้นำว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (UN Conference on Environment and Development: UNCEN) หรือการประชุม Earth Summit ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี 2535 โดยประเทศสมาชิกกว่า 178 ประเทศ รวมตัวกันเพื่อเผยแพร่ความรู้และรณรงค์ส่งต่อไปยังประชาชนทั่วโลกผ่านเครือข่ายต่างๆ ที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมกับจัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกช่วยกันปกป้องและรักษาทะเล จนกระทั่งปี 2551 องค์การสหประชาชาติ จึงกำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันทะเลโลก โดยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2552 ซึ่งประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมในการดูแลรักษาทะเลและมหาสมุทรอย่างพร้อมเพรียง
ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการเก็บขยะจากทะเลเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมใน วันทะเลโลก (World Ocean Day)
1.ประเด็นหรือเรื่องในการมีส่วนร่วม ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการเก็บขยะจากทะเล ครั้งนี้เป็นหาดที่ 2 ใน 10 หาดที่กำหนดไว้ก่อนถึง วันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2568 โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการเก็บขยะจากทะเล ณ ชายหาดอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
2. สรุปข้อมูลของผู้มีส่วนร่วม
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังนี้ คณะนักเรียนจากโรงเรียนชุมชนบ้านช่องแสมสาร 50 คน กำลังพลจาก กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 ประมาณ 30 คน และยังมีหน่วยงานจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พร้อมตัวแทนจากบริษัทเอจีซี วีนิไทย จำกัด มหาชน มอบฐานฟื้นฟูปะการัง และโดมปะการัง อีกทั้ง ยังมีกำลังพลจากกองร้อยช่างใต้น้ำ กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ
3. ผลจากการมีส่วนร่วม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักถึงความสำคัญของท้องทะเลและมหาสมุทร โดยเเนะนำให้ทุกคนใส่ใจ และเสนอวิธีการอนุรักษ์ท้องทะเล ตามที่กำหนดขึ้นมาอย่างเป็นทางการโดยสหประชาชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2552
4. การนำผลจากการมีส่วนร่วมไปปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงาน
จากงานวิจัย ระบุว่าในปี 2568 หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย จะมีขยะพลาสติก 1 ต่อ 3 ของปลาในทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และห่วงโซ่อาหารของคนทั้งโลกใน ทั้งไมโครพลาสติก การปนเปื้อน และการขาดแคลนอาหาร
กองทัพเรือสามารถรวบรวมเเนวทางการอนุรักษ์ท้องทะเลจากการจัดกิจกรรมได้ ดังนี้
1. แยกขยะให้เป็นนิสัย ทั้งเศษอาหาร กระดาษ หรือถุงพลาสติก ไม่ว่าเราจะทิ้งขยะอยู่ที่ใด หากเราไม่แยกขยะหรือทิ้งไม่เป็นที่ ขยะเหล่านั้นจะไหลลงแม่น้ำ และลงสู่ทะเลในที่สุด หากสัตว์ทะเลกินเข้าไปก็จะเกิดอันตรายต่อชีวิต เพราะพวกมันไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่อาหาร
2. หากเราไปเที่ยวทะเล อย่าจับสัตว์ทะเล หรือบ้านของสัตว์ทะเลกลับมา เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง สัตว์ทะเลบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวน หากจับกลับมาจะมีโทษทางกฎหมาย
3. การไปเที่ยวดำน้ำเพื่อชมปะการัง ไม่ควรสัมผัส หรือจับสัตว์ทะเล พืชทะเล เพราะถือเป็นการทำร้ายสัตว์และพืชทะเลโดยตรง
4. หลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่ส่งผลกระทบต่อปะการัง เนื่องจากปะการังมีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ทำให้สูญเสียสาหร่าย (Zooxanthellae) ที่เป็นพลังงานหลักของปะการัง เมื่อไม่มีสาหร่าย ปะการังก็จะไร้ซึ่งสีสันและฟอกขาวไปในที่สุด
5. การปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สัตว์ทะเลตาย เพราะเมื่อมันตกลงสู่ทะเล ก็จะกลายเป็นขยะพลาสติก และเกิดปัญหาที่สัตว์ทะเลเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหารได้ 6. มีจิตสำนึกที่ดีต่อระบบนิเวศทางทะเล หากเราเห็นความสำคัญของทะเล ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สำคัญมาก ประกอบไปด้วยสัตว์และพืชทะเลต่าง ๆ รวมถึงมีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม ก็จะทำให้เราตระหนัก และร่วมกันอนุรักษ์ท้องทะเลให้คงความสมบูรณ์ต่อไปหากมนุษย์ใช้ทรัพยากรทางทะเลจนหมด จะทำให้เกิดผลกระทบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาวะอากาศแปรปรวน ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาการจ้างงานของชาวประมง ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งการพบขยะในทะเล ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม ต่อระบบนิเวศ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์และพืชทะเล เกิดการบาดเจ็บและอาจตายในที่สุด